กฎระเบียบ และข้อบังคับ

กฎระเบียบ และข้อบังคับ

หมวดที่ 1
ชื่อและตราเครื่องหมายที่ตั้งสำนักงานมูลนิธิ
ข้อ 1. มูลนิธินี้มีชื่อว่า มูลนิธิการศึกษาเพื่อโรงเรียนศรีประจันต์ "เมธีประมุข" ย่อว่า "ม.ศ.จ." เรียกเป็นชื่อภาษาอังกฤษว่า Si Prachan "Methi Pramuk" School Foundation for Education
ข้อ 2. เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ เป็นรูปสองมือโอบวงกลมด้านล่าง ระบุชื่อมูลนิธิการศึกษาเพื่อโรงเรียนศรีประจันต์ "เมธีประมุข" เหนือวงกลม ภายในวงกลมมีสัญญาลักษณ์โรงเรียนรูปเสมา และมีอักษรย่อ ม.ศ.จ. ใต้ฐานเสมา
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่บ้านเลขที่ 281 หมู่ 2 ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โทร.(035) 581198
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ
   4.1 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนที่ขยันเรียน ผลการเรียนปานกลางและดี ความประพฤติเรียบร้อย ฐานะครอบครัวยากจน
   4.2 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน และส่งเสริมนักเรียน ครู อาจารย์ และนักการภารโรงทุกด้าน
   4.3 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน และส่งเสริมในการจัดกิจกรรมของโรงเรียน และอื่นๆ
   4.4 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีประจันต์ "เมธีประมุข"
   4.5 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครู อาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ของโรงเรียนศรีประจันต์ "เมธีประมุข" รวมทั้งผู้ปกครองและบุคคลากรที่เกี่ยวข้องต่อวงการศึกษาทุกสาขาอาชีพ
   4.6 เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
   4.7 ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองประการใด
หมวดที่ 3
ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
ข้อ 5. ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก คือ
   5.1 เงินสดจำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาท)
   5.2 ที่ดินโฉนดเลขที่ -
ข้อ 6. มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้
   6.1 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพนัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด
   6.2 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้
   6.3 รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
   6.4 ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิที่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านการศึกษา เศรษฐกิจและสังคม
หมวดที่ 4
คุณสมบัติ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
ข้อ 7. กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุฯสมบัติดังนี้
   7.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
   7.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
   7.3 ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 8. กรรมการของมูลนิธิพันจากตำแหน่ง เมื่อ
   8.1 ถึงคราวออกตามวาระ
   8.2 ตายหรือลาออก
   8.3 ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับ ข้อ 7
   8.4 เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการมูลนิธิมีมติให้ออกโดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ
หมวดที่ 5
การดำเนินการของคณะกรรมการของมูลนิธิ
ข้อ 9. มูลนิธินี้ดำเนินการโดนคณะกรรมการมูลนิธิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 9 คนแต่ไม่เกิน 40 คน
ข้อ 10. ในวาระเริ่มแรกให้คณะกรรมการผู้ริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิ เป็นผู้เลือกคณะกรรมการดำเนินงานของมูลนิธินี้ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิก และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ 9
ข้อ 11. วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้ ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ เลือกตั้ง ประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่น ๆ ตามตำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ
ข้อ 12. กรรมการดำเนินงานมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี
ข้อ 13. การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเป็นมติของที่ประชุม
ข้อ 14. กรรมการมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการมูลนิธิผู้ที่ได้รับเลือกตั้งซ่อมจะมีอายุเท่าวาระของผู้ที่ตนแทน และอาจได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการมูลนิธิได้อีก
ข้อ 15. ถ้าตำแหน่งกรรมการมูลนิธิว่างลง ให้คณะกรรมการมูลนิธิตั้งบุคคลอื่นแทนตำแหน่งที่ว่าง
ข้อ 16. ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นตำแหน่งให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่กรรมการของมูลนิธิต่อไปจนกว่าจะได้รับแจ้งการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่
หมวดที่ 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 17. คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและภายใต้ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
   17.1 กำหนดนโยบายของมูลนิธิ และดำเนินการตามนโยบายนั้น
   17.2 ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ ของมูลนิธิ
   17.3 เสนอรายงานกิจกรรมรายงานการเงิน และบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อนายทะเบียน
   17.4 ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้
   17.5 ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิ
   17.6 แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ
   17.7 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลที่ทำประโบชน์ให้มูลนิะิเป็นพิเศษ เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์
   17.8 เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมถ์มูลนิธิ
   17.9 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ
   17.10 แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ มติให้ดำเนินการตามข้อ 17.7, 17.8 และ 17.9 ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุมและที่ปรึกษาตามข้อ 17.9 ย่อมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น
หมวดที่ 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 17. คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและภายใต้ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
   17.1 กำหนดนโยบายของมูลนิธิ และดำเนินการตามนโยบายนั้น
   17.2 ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ ของมูลนิธิ
   17.3 เสนอรายงานกิจกรรมรายงานการเงิน และบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อนายทะเบียน
   17.4 ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้
   17.5 ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิ
   17.6 แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ
   17.7 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลที่ทำประโบชน์ให้มูลนิะิเป็นพิเศษ เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์
   17.8 เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมถ์มูลนิธิ
   17.9 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ
   17.10 แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ มติให้ดำเนินการตามข้อ 17.7, 17.8 และ 17.9 ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุมและที่ปรึกษาตามข้อ 17.9 ย่อมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น
ข้อ 18. ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
   18.1 เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
   18.2 สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
   18.3 เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก หรือการลงลายมือชื่อในเอกสารข้อบังคับ และสรรพหนังสือ อันเป็นหลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิผุ้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนได้ลงลายมือชื่อแล้วจึงเป็นอันใช้ได้
   18.4 ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามข้อบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 19. ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทำการแทน
ข้อ 20. ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิ และรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใดได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่งเป็นประธานสำหรับการประชุมคราวนั้น
ข้อ 21. เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ และดำเนินการประชุมของมูลนิธิ ติดต่อประสานงานทั่วไปรักษาระเบียบข้อขังคับของมูลนิธิ นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิและทำรายงานการประชุม ตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิ
ข้อ 22. เหรัญญิกมีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
ข้อ 23. สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิ โดยทำเป็นคำสั่งของระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน
ข้อ 24. คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่น ๆ ของมูลนิธิได้
หมวดที่ 7
อนุกรรมการ
ข้อ 25. คณะกรรมการมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสมโดยจะแต่งตั่งให้เป็นอนุกรรมการประจำหรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได้และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธารอนุกรรมการเลขานุการ หรือ อนุกรรมการในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการและคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่างได้
ข้อ 26. อนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้มอบหมายให้กระทำ ส่วนคณะอนุกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด ซึ่งถ้าใิได้กำหนดไว้ ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งและอนุกรรมการที่พ้นตำแหน่ง อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
   26.1 อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย
   26.2 อรุกรรมการมีหน้าที่เสนอตวามคิดเห็นต่อคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย
หมวดที่ 8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 27. คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุก ๆ ปีภายในเกือนกุมภาพันธ์ และต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 28. การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปแสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทนขอให้มีการประชุมก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้
ข้อ 29. กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดไว้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้คณะอนุกรรมการตกลงกันเองและในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประชุมให้ใช้ ข้อ 28 บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 30. ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด กิจการใดที่เป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ประธารกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวต่อไป ถึงมติและกิจกาารที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น ดิจการใดเป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อยหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 31. ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือประธานที่ประชุม มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุมฐานะแขกผู้มีเกียรติ หรือผู้สังเกตุการณ์ หรือเพื่อชี้แจง หรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้
หมวดที่ 9
การเงิน
ข้อ 32. ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทำหน้าที่ มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) หนึ่งเดือนอนุมัติได้ไม่เกิน 1 ครั้ง ถ้าเกินกว่าจำรสรดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก
ข้อ 33. เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักาาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
ข้อ 34. เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ต้องนำฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลให้การค้ำประกัน แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร
ข้อ 35. การสั่งจ่ายเงินโดยเช็คหรือตั่วสั่งจ่ายเงินจะต้องมีลายชื่อของประธารกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทนกับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้งจึงจะเบิกจ่ายได้
ข้อ 36. ในการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงานให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุน เงินที่บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
ข้อ 37. ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ 38. ให้คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดรอบระยะเวลาบัญชีและจัดทำรายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา เสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี
ข้อ 39. ให้มีผู้สอบบัญชีของมูลนิธิ ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิเห็นชอบ และแต่งตั้งจากบุคคลที่ใิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของมูลนิธิโดยจะให้ดำรงตำแหน่งกิตติมศักดิ์หรือได้รับค่าตอบแทนอย่างไรสุดแต่ที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิจะกำหนด
ข้อ 40. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ และรับรองบัญชีงบดุลประจำปีที่คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องรายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ผู้สอบบัญชีมิสิทธิตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสอบถามกรรมการมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และเอกสารดังกล่าวได้
หมวดที่ 10
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ
ข้อ 41. การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดและการอนุมัติให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับต้องประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม
หมวดที่ 11
การเลิกมูลนิธิ
ข้อ 42. ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก มูลนิธิชัยพัฒนา หรือ สภากาชาดไทย
ข้อ 43. การสิ้นสุดของมูลนิธินั้นนอกจากที่กฏหมายบัญญติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุลต่อไปนี้
   43.1 เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์ตามคำมั่นเต็มจำนวน
   43.2 เมื่อกรรมการมูลนิธิจำนวนสองในสามมีมติให้ยกเลิก
   43.3 เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของมูลนิธิ
   43.4 เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ
หมวดที่ 12
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 44. การตีความข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 45. ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิมิได้กำหนดไว้
ข้อ 46. มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง